ผู้เขียน หัวข้อ: ))เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอนกันอย่างไร มาแชร์กันครับ((  (อ่าน 6574 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
กระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
    มาจาก พรบ. การศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 หมวด 4 มาตรา 22 
 ขยายความได้ว่า การจัดการศึกษาที่ยึดหลักว่าผู้เรียนทุก  คนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความ
สำคัญที่สุด
    โดย กระบวนการจัดการศึกษาจะต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตาม ศักยภาพ    

สมศ. จึงได้ระบุเรื่องการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญได้ 8 ลักษณะ
อยู่ในท้ายเล่ม งานประกันคุณภาพของ สมศ.

ใครมีวิธีการสอนกันอย่างไร  ขอ แชร์ ประสบการให้ เพื่อนๆ และอาจารย์รุ่น น้องๆ ได้ทราบบ้างครับ
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
เริ่มก่อนเลยนะครับ

วิชาด้านศิลป และการออกแบบ เป็นวิชาเน้นการสร้างสรรค์ผลงาน
เฉพาะตนของผู้เรียน โดยธรรมชาติอยู่แล้ว ผู้เรียนจะนำทฤษฏี
ต่างๆ ที่เรียนมา ผสมผสานใช้กับข้อมูลใหม่ และความนึกคิด
ที่ผู้เรียนใส่ลงไปในผลงานที่เป็นส่วนตนที่เขาค้นหาด้วยตนเอง มาตลอด 4- 5 ปีที่เรียน

ความจริงเราสอนให้ผู้เรียนเรียนรู้สร้างสรรค์แบบนี้ มาก่อนที่                                                                                                     

สมศ.จะมากำหนด ว่าวิธีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 8 แบบ
แต่ทำไม่เราหาหลักฐานตอบเขาไม่ได้ ว่าเราสอนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ อย่างไร


ผมจะขอแชร์ประสบการณ์การ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ในวิชาออก
แบบอุตสาหกรรม 5 (Industrial  Design 5) นักศึกษาชั้นปีที่ 4

มานำเสนอ (ตามผังที่เชื่อมโยง)

ได้ทำการเชื่อมโยง แบบของ วิธีการเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ของ

สมศ. ว่า ในวิชาดังกล่าวนี้ เรานำมาใช้กี่แบบ


ผมเน้นก่อนว่าที่ผมสอนแบบนี้ ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย อาจารย์ที่

คณะฯเรา  ก็สอนแบบนี้ เหมือนๆกัน
แต่...อาจเชื่อมโยงไม่ได้

และไม่เข้าใจ ในแบบการสอน ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ 8 แบบของ

สมศ.  ซึ่งเขาเขียนเป็นคำอธิบายตามหลักวิชาการมากไป จนไม่

เข้าใจ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 25, 2012, 08:43:15 PM โดย art7yod2 »
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ chairat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
    • ดูรายละเอียด
การเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทางศิลปกรรมเชื่อว่านักศึกษาทุกคนมีศักยภาพมีความสามารถทางสติปัญญา ความสามารถทางทักษะปฏิบัติและนักศึกษามีความดีงามทุกคน อาจารย์จึงทำหน้าที่สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สร้างความท้าทายให้คิด ปฏิบัติโดยมีเป้าหมายให้นักศึกษามีโอกาสแสดงออกเป็นงานศิลปะประเภทต่างๆตามศักยภาพความสามารถของแต่ละบุคคลโดยประเมินผลงานจากการพัฒนาผลงานนักศึกษาเอง

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
ถ้าเรา แชร์ ประสบการณ์ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ กับหลายๆ คนหลายรูปแบบ  หลากหลาย
สมศ. สกอ. มาตรวจ  เปิดกระทู้นี้ให้เขาดูได้เลยครับ   ไม่ต้อง เป็นหลักฐานบนกระดาษ
เปลืองทรัพยากร  ลดการใช้กระดาษครับ  เชิญชวนครับ อ่านแล้ว แชร์ครับ
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ Prasert Wannarat

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 81
    • ดูรายละเอียด
ในการเรียนแบบเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญทางสาขาศิลปกรรมทำอยู่แล้วโดยธรรมชาติของวิชาเองโดยเฉพาะวิทยานิพนธ์ของนักศึกษาชั้นปีสุดท้ายเราจะให้เด็กค้นคว้าหาตัวตนของตนเองให้เจอและนำเสนอแนวคิดรูปแบบกลวิธีต่ออาจารย์ที่ปรึกษาในรูปแบบหัวข้อและบรรยายประกอบการสเกตซ์แบบภาพลายเส้นสองมิติลงสีให้ชัดเจนหรือเป็นแบบจำลองสามมิติในวิชาเอกประติมากรรมเพื่อให้อาจารย์ที่ปรึกษาได้วิเคราะห์ถามตอบปรับปรุงแก้ไขจนสมบูรณ์ทั้งภาคเอกสารและผลงานก่อนให้นำไปปฏิบัติงานจริง

ออฟไลน์ chairat

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 12
    • ดูรายละเอียด
แฟ้มสะสมงานของนักศึกษาจะเป็นหลักฐานการรวบรวม การพัฒนาการ การค้นคว้า การแก้ปัญหา การสร้างสรรค์ การออกแบบชิ้นงาน  จะมีวิธีการชักจูงให้นักศึกษาจัดทำได้อย่างไร

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
วันนี้สอนเด็กปี 4 
บอกว่า การศึกษาแบบท่องจำ ถ้าถามว่า

..   มี เงินในกระเป๋า 10 บาท ซื้อลูกอม ไป 3 บาท จะต้องทอน เท่าไร
...  ถ้าเด็กที่เรียนมาใน ระบบการศึกษา แบบท่องจำ จะตอบ 7 บาท ทันที เหมือนโจทย์เลข
.... ถ้าเด็กถูกปลูกฝังมาในระบบ การคิดเอง ค้นคว้า เรียนรู้ด้วยตนเอง
    จะตอบทอน 2 บาท และ ..ตอบไม่ต้องทอนก็ได้

เป็น งง? กัน ทั้งห้อง 
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ สมชาย เผ่าจินดา

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 23
    • ดูรายละเอียด
อาจารย์จึงทำหน้าที่สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ สร้างความท้าทายให้คิด ปฏิบัติโดยมีเป้าหมายให้นักศึกษามีโอกาสแสดงออก เราจะให้เด็กค้นคว้าหาตัวตนของตนเองให้เจอ สำคัญที่คำว่าอาจารย์และเราใน2ประโยคนั้นว่า ทำได้ถูกต้องและสมบูรณ์หรือไม่ หรือแค่รู้และเข้าใจว่าจะต้องทำอย่างนั้นเท่านั้น ยังมีอาจารย์และเราอีกหลายคนที่ดีใจและสะใจเวลานักศึกษาไม่เข้าใจปัญหาที่ตัวเองตั้งไว้ (ยิ่งผิดยิ่งดีจะได้เอาไว้ด่า) แล้วเอาไปเม้าส์กันมันปาก แต่อาจารย์สายศิลปกรรม ออกแบบ และสถาปัตย์ จะมีอาการตรงกันข้าม มักจะดีใจที่ลูกศิษย์ตอบโจทย์ได้ตามที่เขาต้องการและมีเหตุผลชัดเจน

ออฟไลน์ Prasert Wannarat

  • Jr. Member
  • **
  • กระทู้: 81
    • ดูรายละเอียด
ในการสอนด้านศิลปะผมเคยตั้งคำถามแบบง่ายๆให้เด็กตอบ ว่า 1+1 เป็นเท่าไหร่ เด็กหัวเราะและตอบว่า 2 ผมบอกว่าไม่ใช่ลองคิดนอกกรอบซิ  "งง"ครับ ผมเลยบอกว่าก็เป็น 11 ก็ได้ เป็นตัว T  ก็ได้  เป็นเครื่องหมาย  +  ก็ได้   หรือเป็นอะไรก็ได้ที่นำเอาเส้นตรงสองเส้นมาร่วมกันเพราะศิลปะไม่มีถูกผิดขึ้นอยู่กับความคิดและจินตนาการของเรา

ออฟไลน์ PANBANLAM

  • Newbie
  • *
  • กระทู้: 18
    • ดูรายละเอียด
ครูต้องเป็น.....พันท้ายนรสิงห์..คัดท้ายให้เรือแล่นไปยัง เป้าหมายที่ตั้งไว้
ผู้เรียนเป็น.....เป็นฝีพาย..ทำให้เรือแล่นไปด้วยวิธีการของตัวเอง

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
ครูต้องเป็น.....พันท้ายนรสิงห์..คัดท้ายให้เรือแล่นไปยัง เป้าหมายที่ตั้งไว้
ผู้เรียนเป็น.....เป็นฝีพาย..ทำให้เรือแล่นไปด้วยวิธีการของตัวเอง
บาดครับ!    ;D   ไม่ต้องซื้อ คัดเตอร์มาใช้เลย
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
Inspired in design.
แรงบันดาลใจในการออกแบบ


  วันนี้ ขออนุญาต ลองเทียบเคียง จาก คำคมการเน้นผู้เรียนฯ ของ PANBANLAM
วันนี้ผมเป็น พันท้ายนรสิงห์ >>>>  ค้ดท้ายให้ผู้เรียน  ใช้สัณฐานจากรูปทรง
เรขาคณิตพื้นฐาน 6  รูปทรงมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

และ ให้ผู้เรียนจะ เป็นฝีพาย 

สร้างสรรค์ ด้วยการ ออกแบบเบี้องต้น ด้วย Idea sketch หลากหลายแบบ ตามแบบ




และ
วิเคราะห์ เลือกมา 1 แบบ มาทำงาน ออกแบบร่าง Sketch design ตามแบบนี้



จะเห็นว่า ฝีพาย
สร้างสรรค์ความคิด  สร้างสรรค์ประโยชน์ใช้สอย
และสร้างาสรรค์ความงาม เอาเอง   โดย เขาต้องค้นหาว่ารูปทรงใด จะสามารถ follow function ได้ ลงตัว
ในผลิตภัณฑ์ ที่เขาออกแบบมาเอง 
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 07, 2011, 06:24:33 AM โดย art7yod2 »
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)

ออฟไลน์ art7yod2

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 1003
  • เพศ: ชาย
  • 2Month@countdown
    • ดูรายละเอียด
    • http://www.gotoknow.org/blog/users/rmutl_cm_art7yod2/view
แชร์... ตัวอย่างใช้ แผนผังความคิด (mind mapping )


     ถ้าต้องการทราบว่า  นักศึกษาเข้าใจในบทเรียนหรือไม่ ไม่ต้องไปถาม
ไม่ต้อง Test  ให้เขาใช้ความสามารถ ในการออกแบบ  และความคิด
เขียน mind mapping  บทเรียนนั้นๆ ออกมา




1 ตัวอย่างงาน mind mapping เรื่อง ECO Design ที่นักศึกษาเขียนมา




2.ตัวอย่างงาน mind mapping เรื่อง Universal Design การออกแบบเพื่อมวลชน  ที่นักศึกษาเขียนมา




3. ตัวอย่างงาน mind mapping เรื่องประวัติศาสตร์การออกแบบอุตสาหกรรม ที่นักศึกษาเขียนมา

*** น่าจะสอดคล้องกับ ข้อ 2.1 เทคนิคการใช้ Concept Mapping ที่ สมศ. อ้างถึง ***
       
   



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 15, 2011, 08:40:56 PM โดย art7yod2 »
ความรู้เพียงเล็กน้อยเพื่อปฏิบัติ   มีค่ามากกว่าความรู้มหาศาลที่อยู่เฉยๆ..(Kahlil Gibran)